กรมพัฒน์ฯ จับมือพันธมิตร นำนวัตกรรมแก้ปัญหา พร้อมขับเคลื่อน SMEs ไทย นำเทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์การประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Total Solution for SMEs”
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแนวคิดที่จะช่วยเหลือ Pain Point ของธุรกิจ SMEs โดยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นในการทำธุรกิจแบบครบวงจร ตอบโจทย์เศรษฐกิจในยุค Thailand 4.0 โครงการ “Total Solution for SMEs” จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก โดยรวบรวมโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจสำหรับ SMEs ทั้ง 3 ส่วนไว้ด้วยกัน ได้แก่ 1) โปรแกรมสำนักงาน (Office) 2) โปรแกรมหน้าร้าน (POS : Point Of Sale) และ 3) โปรแกรมบัญชี Online (Cloud Accounting)

โดยทั้ง 3 โปรแกรมสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบแบบครบวงจร ตั้งแต่การซื้อขายสินค้า/บริการ เชื่อมโยงข้อมูลไปจัดทำบัญชี และงบการเงิน เพื่อตอบโจทย์การประกอบธุรกิจของ SMEs ในยุคดิจิทัลที่ต้องสะดวก รวดเร็ว และยังได้ข้อมูลในการบริหารจัดการธุรกิจที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา รวมทั้ง จัดให้มีการจับคู่ระหว่างธุรกิจ SMEs กับโปรแกรมที่เหมาะสม (Business Matching)”
“นอกจากจะเป็นการติดปีกให้กับ SMEs ไทยแล้ว ยังเป็นการส่งเสริม Startup และผู้พัฒนา Software ของไทยไปด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดด้านเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และ Startup ของประเทศไทยในอนาคต รวมทั้ง กรมฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ในการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ SMEs และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ การให้บริการด้านสินเชื่อในอัตราพิเศษ การให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนแก่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการให้บริการต่างๆ ของธนาคารผ่านทางด่วนพิเศษ”
“โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ 6 หน่วยงาน ได้แก่ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) สมาคม Thailand Tech Startup ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์สำนักงาน (Office) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย ได้นำระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร “Total Solution for SMEs” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ คือ”

นางสาวยุวดี แซ่โก่ย เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า “สมาคมฯ มีความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน Change Agent ในการร่วมสร้าง Ecosystems และ Transform ธุรกิจของคนไทยไปสู่ยุคดิจิทัล 4.0 ซึ่งได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญด้าน People Transformation และขับเคลื่อน Digital Workforce ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ”
ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (TTSA) กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มจดทะเบียนใหม่ มักจะมีปัญหาเรื่องการจัดการระบบบริหารเอกสารทางการเงินและระบบบัญชีให้ถูกต้องสอดคล้องกับธุรกิจตน ผู้ประกอบการหลายคนต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาไม่น้อยกว่าจะพบเจอเครื่องมือที่ใช่และเหมาะกับธุรกิจของตนเอง ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะช่วย ผู้ประกอบการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการหาเครื่องมือที่เหมาะกับตนเองแล้วยังเป็นการช่วยพาผู้ประกอบการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า Startup ในขณะที่ Startup ก็จะได้รับโอกาสในการได้เข้าถึงผู้ประกอบการที่ใช่ และเหมาะสมกับสินค้าและบริการของตนเองเช่นกัน”
นายพงศ์พรหม ยามะรัต Co-founder บริษัท ดาต้า คุ้กกี้ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Office Software Jump Start for SMEs” คือ โครงการที่ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้โตอย่างก้าวกระโดดในยุค 4.0 ที่เรียกว่ายุค “เงินเปลี่ยนทิศ” เข้าสู่โลกดิจิทัลภายใต้คอนเซ็ปต์ “SMEs Transformation, Optimize Data Security, Cost, Compatibility and Super Features” โดยจะสนับสนุนโปรแกรมซอฟต์แวร์จัดการเอกสารที่เรียกว่า Office Software “Jump Start” for SMEs โดยการนำ Libre Office เวอร์ชั่น
ล่าสุดปี พัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานของ SMEs ไทย ซึ่งจะช่วยจัดการงานทางด้านเอกสารต่างๆ ให้ผู้ประกอบการได้อย่างง่ายขึ้น จุดเด่นของโปรแกรมนี้ คือ 1) Compatibility กับไฟล์เอกสารเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น .docx, .xlsx, pptx, etc. 2) มี Features พิเศษที่หาไม่ได้จากโปรแกรมออฟฟิศซอฟต์แวร์ที่อื่น ซึ่ง Feature ต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ SMEs สามารถทำงานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด เช่น Fonts, Template การใช้งานบัญชีอย่างถูกต้อง, Template งานสารบรรณภาครัฐ ฯลฯ ทั้งนี้ โครงการที่จัดทำขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่ SMEs ต้องใช้งานในทุกๆ วัน ซึ่งจะมีการทยอยนำมาพัฒนาและสนับสนุน SMEs อย่างต่อเนื่องในเวลาต่อไป”
